สารสกัดเห็ดหลินจือสุดลือชา

Posted by in เรื่องทั่วไป on 2 มิถุนายน 2015 Comments off

เห็ดหลินจือขึ้นชื่อว่าเป็นเห็ดอมตะหรือเห็ดหมื่นปีเลยก็ว่าได้ โดยได้มีการนำมาปรุงเป็นยาจีนกันมายาวนานกว่า 2,000 ปีที่ใช้กันนับตั้งแต่สมัยของจอมจักรพรรดิของจีนอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ ขณะเดียวกันนั้นเห็ดหลินจือถือได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังอันน่า อัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งในทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถค้นพบได้ว่าเห็ดชนิดนี้มี สารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายกว่า 250 ชนิดเลยทีเดียว รวมทั้งยังเป็นยาบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดีที่เรียกได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยต่ออายุเราออกไปได้ ตลอดจนยังมีส่วนช่วยในเรื่องผิวพรรณของเรานั้นให้มันเปล่งปลั่งและรักษาโรค ต่างๆ โดยปราศจากสารพิษตกค้างในร่างกายแต่อย่างใด

แม้ว่าเห็ดหลินจือ จะมีขึ้นอยู่ตามแหล่งธรรมชาติมากมายกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและให้สรรพคุณเป็นเลิศที่สุด นั้นก็คือสายพันธุ์สีแดงหรือเห็ดหลินจือแดง โดยในเห็ดหลินจือนั้นมันจะมีสารพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งช่วยยับยั้งและรักษาอาการของโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีมากที่สุดในสายพันธุ์สีแดง ขณะที่สรรพคุณอันโดดเด่นของเห็นหลินจือนั้นมันมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นยา อายุวัฒนะที่ช่วยชะลอความแก่ทำให้เรามีอายุที่ยืนยาว และช่วยบำรุงรักษาสายตา เช่นเดียวกับการต่อต้านและรักษาโรคมะเร็งต่างๆ จากการส่งที่ภูมิคุ้มกันไปกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง รวมทั้งยังช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคหมอนรองกระดูกแตกกดทับเส้นประสาท ให้ทุเลาได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองและหัวใจอุดตันพร้อมป้องกันอัมพฤกษ์และ อัมพาต

ส่วนการทานเห็ดหลินจือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นก็คือ สารสกัดจากเห็ดหลินจือที่อยู่ในรูปของแคปซุล ซึ่งจะได้สารสกัดที่เข้มข้นมีสรรพคุณและดูดซึมพร้อมออกฤทธิ์ที่ดีกว่า ขณะที่เวลาที่เหมาะสมมากที่สุดในการทานเห็ดหลินจือนั่นก็คือให้ทานในช่วง เช้าขณะที่ท้องของเรายังว่างอยู่แล้วดื่มน้ำตามเข้าไปให้มากๆ และหากเป็นไปได้ให้ทานควบคู่กันไปกับวิตามินซีด้วยจะดีมากเนื่องจากช่วย เสริมสรรพคุณได้เป็นอย่างดี แต่ผู้ที่ต้องกินยากดภูมิต้านทานหรือผู้ป่วยโรค SLE รวมไปถึงผู้ที่ผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะควรงดการทานเห็ดหลินจือทางด้านผล ข้างเคียงของการทานเห็ดหลินจือนั้นหากเริ่มทานใหม่ๆ อาจจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ, อาเจียน, ง่วงนอน, ปวดเมื่อยตามร่างกายตามข้อ, ท้องเสีย, ปัสสาวะบ่อย และผิวหนังเกิดอาการคัน แต่นั่นมันก็เป็นปฏิกิริยาสะท้อนกับที่เป็นเรื่องธรรมดาของการบำบัดด้วย สมุนไพร แต่เมื่อตัวยาเข้าไปชำระล้างสารพิษต่างๆ ให้สลายหรือช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้แล้วก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งอาการข้างเคียงดังกล่าวนั้นมันอาจเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ ราว 2-7 วันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน