หลักการเลือกหาอาหารเสริม

Posted by in เรื่องทั่วไป on 2 มิถุนายน 2015 Comments off

การที่เราจะเลือกซื้อสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้นมันก็ต้องให้ความพิถีพิถันในการเลือกกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเสริม ซึ่งราคาไม่ใช่น้อยๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมหามาทานกันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้าหากเราซื้อเอาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ไม่ดีไม่มีคุณค่าทางโภชนาการตรงกับความต้องการหรือหลงเชื่อโฆษณาที่เกินจริงแล้วล่ะก็คงต้องมานั่งเสียดายเงินทองที่เสียไปกันไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้เราจึงมีหลักการเลือกหาอาหารเสริมมาฝากกัน ก่อนอื่นเลยนั้นเราควรที่จะสำรวจความต้องการของร่างกายของเราให้ดีเสียก่อนว่าร่างกายของเรานั้นมันขาดสารอาหารตัวใดไม่ว่าจะเป็นวิตามิน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน และแร่ธาตุต่างๆ โดยหากจะให้เข้าใจกันอย่างง่ายดายแล้วล่ะก็ขอให้เราลองพิจารณาดูว่าในแต่ละวันนั้นทานอะไรเข้าไปบ้างและร่างกายของเราได้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่แล้วหรือยัง และหากร่างกายของเรานั้นมันขาดสารอาหารตัวใดจึงค่อยไปซื้อมาทานเสริมเพิ่มเติมเข้าไปจึงจะเป็นการคุ้มค่ากับสตางค์ที่เสียไป

การเลือกหาอาหารเสริมนั้นส่วนหนึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันออกไปในช่วงวัยของแต่ละคน รวมไปถึงสุขภาพของร่างกายในช่วงนั้นๆ โดยถ้าหากเราตะบี้ตะบันทานอาหารเสริมบางชนิดมากจนเกินไปแทนที่จะมีประโยชน์บางทีกลับส่งผลเป็นโทษต่อร่างกายไปซะงั้น ดังนั้นมันจึงจำเป็นไม่น้อยเลยทีเดียวที่เราควรตรวจสอบปริมาณสารอาหารที่จะรับเข้าไปภายในร่างกายว่าควรจะได้รับจริงๆ

ขณะเดียวกันนั้นเราก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับการวิจัยและมีความน่าเชื่อถือในกระบวนการผลิต โดยอาหารเสริมนั้นมันเป็นการสกัดเอาสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายออกมา แล้วจึงค่อยนำไปแปรรูปออกมาในแบบต่างๆ ที่หลากหลายกันออกไปทั้งแบบผง, แบบเม็ด และแบบน้ำ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากหากไม่ได้มาตรฐานก็จะทำให้มีสารปนเปื้อนตามมาในตัวอาหารเสริมอย่างเช่นตะกั่ว, สารจำพวกโลหะหนัก และปรอทตามมาด้วย รวมทั้งยังต้องคำนึงถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่จะเลือกหามาทานว่าได้รับการวิจัยจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือหรือไม่ดีกว่าสักแต่ว่าซื้อๆ ทานไปเท่านั้นเอง ซึ่งอาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี นอกจากนี้ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสำหรับการเลือกหาอาหารเสริมนั่นก็คือผลิตภัณฑ์นั้นต้องได้รับการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการตรวจสอบขึ้นต้นที่ง่ายที่สุด โดยให้เราสังเกตที่ฉลากที่มาควบคู่กับผลิตภัณฑ์ว่ามันมีการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือไหม อย่างเช่นในไทยก็ต้องได้รับการรับรองจาก อย. เป็นต้นนั่นเอง