หลับในภัยใกล้ตัว

Posted by in เรื่องทั่วไป on 2 มิถุนายน 2015 Comments off

เราคงต้องยอมรับกันแล้วล่ะว่าสาเหตุหนึ่งของความสูญเสียและการเกิด อุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นมันมาจากอาการหลับในของคนขับรถยนต์นี่เองแหละ โดยอาการหลับในนั้นมันอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เพียงแค่ชั่ววูบเดียวเท่า นั้น เมื่อมีอาการหลับในแสดงว่าภายในสมองของเรานั้นหลับไปแวบหนึ่ง ซึ่งบางครั้งนั้นมันอาจแทบสังเกตจากภายนอกไม่ได้เลย ขณะเดียวกันนั้นคนที่มีอาการหลับในก็เปรียบเสมือนคนหูหนวก, ตาบอด และหมดสติไปชั่วครู่ หนำซ้ำยังไม่สามารถบังคับให้ตนเองไม่ให้หลับได้อีกด้วย เมื่อทราบถึงพิษภัยของอาการหลับในกันเป็นอย่างดีแล้ว คราวนี้ผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยก็ควรช่วยเป็นหูเป็นตาว่าคนขับนั้นเข้าสู่ อาการหลับในหรือไม่ โดยให้สังเกตจากหาวบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง, รู้สึกมึนศีรษะ,

จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านสิ่งใดมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา, ใจลอยจนขาดสมาธิ, รู้สึกเหนื่อยล้า, หงุดหงิดง่าย, กระวนกระวาย, หนังตาลืมไม่ขึ้นหรือตาปรือมองภาพได้ไม่ชัดเจน, ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทาง และมองข้ามสัญญาณไฟเช่นเดียวกับป้ายจราจร หากพบอาการหลับในข้อใดข้อหนึ่งแล้วก็ไม่ควรรอช้าให้รีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการทานผลไม้เปรี้ยวแก้ง่วง ซึ่งรสเปรี้ยวในผลไม้จะไปกระตุ้นประสาทให้สดชื่นขึ้น, อมน้ำแข็งเย็นๆ หรือจะใช้ถูขมับเช่นเดียวกับการดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อเติมความสดชื่น, เปิดเพลงดังๆ จังหวะเร็วๆ พร้อมร้องตามไปด้วย, ปิดแอร์ในรถพร้อมเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเทเป็นการลดปริมาณก๊าซคาร์บอน มอนอกไซด์ในรถ รวมทั้งยังได้ความสดชื่นขึ้นจากสายลมธรรมชาติ, หาคนช่วยขับสลับแทนกันไปตลอดเส้นทาง แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็ให้หาที่ปลอดภัยนอนพักสัก 10-15 นาทีแล้วค่อยเดินทางต่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นมันไม่เมื่อยล้ามากจนเกินไปก็ควร ที่จะจอดพักรถทุกๆ 150 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2-3 ชั่วโมง นอกจากนี้เรายังมีเคล็ดลับดีๆ เป็นการเตรียมพร้อมขับรถไม่ให้หลับในมาฝากกันด้วย โดยเราต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงอย่างน้อย 2 คืนก่อนขับรถทางไกล เช่นเดียวกับการทานอาหารมื้อเช้าที่เป็นมื้อสำคัญต่อสมรรถภาพการทำงานของ สมอง

แต่มื้ออื่นๆ ควรทานแค่พอดีจะได้ไม่มีอาการง่วงเกิดขึ้น ขณะเดียวกันนั้นก็ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดจนงดดื่มชา, กาแฟ, ช็อกโกแลต, โกโก้, เครื่องดื่มชูกำลังและที่มีสารคาเฟอีน แล้วหันมาจิบน้ำตลอดทั้งวันแทน นอกจากนี้ก็ไม่ควรทานยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้ รวมไปถึงยาแก้ปวดบางชนิดที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมก่อนที่จะออกเดินทาง และถ้าจะให้ดีควรมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยเพื่อจะได้พูดคุยเป็นการกระตุ้นสมอง ให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น ส่วนเวลาที่หากเป็นไปได้ไม่ควรขับรถนั่นก็คือช่วงระหว่าง 24.00-07.00 น. และในช่วง 14.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่มักเป็นช่วงอันตรายที่เราจะมีอาการหลับในได้มากที่สุด นั่นเอง