โคเอนไซม์คิวเทนเป็นเช่นไร

Posted by in เรื่องทั่วไป on 2 มิถุนายน 2015 Comments off

ปัจจุบันนี้คงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ได้ยินชื่อของสารสกัดอาหารเสริม อย่างโคเอนไซม์คิวเทนที่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของบรรดาครีมบำรุงผิวพรรณ ต่างๆ อย่างมากมาย และคงสงสัยไม่ใช่น้อยว่าเจ้าสารนี้มันเป็นเช่นไรกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมาคลายความข้องใจกันว่าโคเอนไซม์คิวเทน ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า “โคคิวเทน” เป็นสารอาหารที่เปรียบเสมือนวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ดีในไขมัน รวมทั้งสารอาหารชนิดนี้ยังเป็นที่จำเป็นต่อร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยสารอาหารตัวนี้มีความสำคัญอย่างมากในการสร้างพลังงานขั้นพื้นฐานให้แก่ ทุกเซลล์ทั่วทั้งร่างกาย ดังนั้นหากเราได้รับสารตัวนี้ไม่เพียงพอก็จะทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติจนเป็น สาเหตุของอาการเจ็บป่วยต่างๆ ทางด้านสรรพคุณของโคเอนไซม์คิวเทนนั้น มันช่วยให้หัวใจของเราแข็งแรงหากได้รับในปริมาณที่เพียงพอก็เหมือนเป็นการ ชาร์จพลังให้เซลล์เต็มตลอดเวลาจึงเป็นผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

พร้อมลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะเดียวกันนั้นมันก็ช่วยให้เราสดชื่นมีชีวิตชีวาไม่อ่อนล้าจากการที่เซลล์ เป็นล้านๆ ภายในร่างกายของเรานั้นมันได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ นอกจากนี้อีกหนึ่งสรรพคุณที่ทุกคนต่างโหยหานั่นก็คือช่วยชะลอความแก่จากการ ที่มันนั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง และหากจะให้เห็นผลดีมากยิ่งขึ้นแล้วล่ะก็ขอแนะนำให้ทานควบคู่กันไปกับ วิตามินอีเพียงเท่านี้ก็จะมีเซลล์พลังงานที่เพียงพอต่อชะลอความแก่ไปได้เยอะ แม้ว่าร่างกายของเรานั้นมันสามารถที่จะสร้างโคเอนไซม์คิวเทนขึ้นได้เองแต่ก็ ต้องใช้กระบวนการสร้างอย่างซับซ้อนหลากหลายขั้นตอนทั้งยังต้องอาศัยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ อย่างมากมาย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักจะมีโคเอนไซม์คิวเทนไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ร่างกาย

และที่สำคัญนั้นเมื่อเราอายุก้าวเข้าสู่หลัก 2 การสร้างสารตัวนี้ก็จะลดลง แล้วเมื่อขยับเข้าใกล้หลัก 4 แล้วล่ะก็จะลดลงอย่างมากจนเห็นได้เด่นชัดว่าดูมีอายุมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นก็อย่าลืมว่าการทานยาลดไขมันกลุ่มที่ลงท้ายว่า Statin นั้นมันจะทำให้โคเอนไซม์คิวเทนภายในร่างกายของเราถูกทำลายลงไปด้วย สำหรับปริมาณที่แนะนำให้ทานโคเอนไซม์คิวเทนเป็นอาหารเสริมนั้นอยู่ที่วันละ 30-100 มิลลิกรัม แต่หากต้องการใช้เป็นยารักษาโรคก็ควรทานมากกว่านี้ด้วยการแบ่งออกเป็น 2-3 มื้อต่อวันและอยู่ภายในการควบคุมของแพทย์ เช่นเดียวกับผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน เนื่องจากสารตัวนี้จะไปบั่นทอนฤทธิ์ยาลง ขณะที่หากทานมากจนเกินไปก็อาจจะมีอาการทางด้านระบบทางเดินอาหารอาทิเช่นท้อง เสีย, แสบร้อนในอก, คลื่นไส้ และไม่สบายท้อง