4 ขั้นตอนดูแลผิวหน้าหลีกเลี่ยงริ้วรอย

Posted by in สุขภาพร่างกาย on กุมภาพันธ์ 23, 2016 Comments off

4 ขั้นตอนการดูแลผิวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงริ้วรอยก่อนวัยอันควร

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากให้ตัวเองมีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าไม่ว่าจะเท่าไหร่  โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ถึงวัยที่ควรจะมีริ้วรอยบนใบหน้า  ยิ่งต้องดูแลกันเป็นพิเศษ  การจะอยู่ให้ไกลห่างจากริ้วรอยต้องบอกก่อนเลยว่าไม่ใช่เรื่องยาก   เพียงสร้างความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่าริ้วรอยไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงวัยเท่านั้น   แต่สามารถเกิดกับใครก็ได้ที่ใช้ชีวิตสมบุกสมบันเกินไป หรือมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม รู้อย่างนี้แล้วเรามาหลีกหนีจากริ้วรอยกันบนใบหน้ากันดีกว่า

วิธีการนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนง่ายๆ อย่างการดูแลตัวเอง ไปจนถึงขั้นตอนที่อาจจะต้องใช้เงินเข้ามามีส่วนช่วยในการรักษาผิวหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญ  จะมีอะไรบ้างเรามาเรียนรู้ไปพร้อมกันดีกว่า

ขั้นที่ 1 การดูแลสุขภาพทั่วไปอย่างถูกต้อง

1. อาหารที่สมดุลกับร่างกาย และเพียงพอต่อการบำรุงผิวพรรณ

2. น้ำ ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากพอ 6-8 แก้วต่อวัน นอกจากจะต้องดื่มน้ำเยอะๆแล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนที่อาจเป็นตัวการทำให้ผิวขาดน้ำ  หากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรดื่มในปริมาณที่จำกัด และพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น

3. อากาศ ในแต่ละฤดูกาลความชุ่มชื้นของผิวพรรณที่เปลี่ยนแปลง และใช้ครีมบำรุงตามสภาพอากาศ

4. อารมณ์ การทำหน้านิ่วคิ้วขมวดประจำ  ริ้วรอยจะเป็นร่องลึกขึ้นและติดอยู่บนหน้าเราตลอดเวลา   ดังนั้นเราควรปรับสีหน้าให้มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อไม่มากหรือน้อยเกินไป  เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยอันควร

5. การนอนหลับ ควรพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ 3ทุ่ม-ตี3  ท่านอนถูกต้องคือนอนหงาย  ถ้านอนคว่ำหน้าจะหย่อนถุงใต้ตาจะย้อย   ห้องต้องมืดและไม่มีสื่อไฟฟ้า อิเลคทรอนิกส์ เพื่อการหลับสนิท

6. การขับถ่าย เน้นต้องทุกวัน เป็นเวลา อย่างน้อยวันละครั้ง ช่วงเวลาตี 05.00-07.00 เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่ทำงานได้ดี ถ้าไม่ถ่ายในช่วงนี้จะมีการดูดซึมสารพิษเข้าสู่ระบบเลือดและนำไปเลี้ยงร่างกายผิวพรรณจะหมองคล้ำ

7. ฟิตเกินหน้าแก่ การออกกำลังกายเป็นสิ่งดีแต่ต้องไม่เกินความพอดีและไม่หักโหม เพราะถ้าหักโหมเกินไปจะทำให้ร่างกายจะเครียดหน้าแก่เร็ว

8. ปกป้องผิวพรรณจากรังสีในแสงแดด  ควรชโลมครีมกันแดดเมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่มีแดดค่อนข้างแรง  นอกจากจะป้องกันผิวไม่ให้ไหม้แดดอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยแล้ว ยังป้องกันมะเร็งผิวหนังไปในตัว  การสวมแว่นกันแดดก็ยังมีส่วนช่วยปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อีกด้วย ซ้ำยังช่วยลดอาการหรี่ตา ย่นคิ้วที่เป็นสาเหตุของรอยตีนกา

9. การรักษาความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกทุกวัน  คือกฎเหล็กที่สาวทุกคนห้ามลืม ห้ามเผลอ ห้ามขี้เกียจ หรือผลัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด  โดยเฉพาะสาวๆ ที่แต่งหน้า การทำความสะอาดให้เริ่มจากการเช็ดคราบเครื่องสำอาง แล้วจึงล้างด้วยสบู่ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป   จำไว้ว่าการถูหรือเช็ดหน้าแรงๆเหมือนขัดพื้นบ้านบ่อยๆ  ทำให้รูขุมขนกว้าง ผิวดูหยาบกร้านและเป็นริ้วรอยได้ง่าย

10. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุทำให้ออกซิเจนไม่สามารถไปหล่อผิวได้เต็มที่และเพียงพอ  เซลล์ผิวหนังไม่สดใสและเกิดเซลล์ใหม่ล่าช้า พร้อมทั้งยังเร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าเร็วขึ้น  สำคัญที่สุดคือรอยย่นเล็กๆบริเวณริมฝีปาก ถ้าไม่อยากมีจีบรอบปากแถมปากดำคล้ำก็ควรเลิกเสีย

 

ขั้นที่ 2 การดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะ

11. ดูแลผิวเป็นพิเศษ คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวทั่วไปด้วยการใช้โลชั่น สำหรับผิวหน้าทาไนท์ครีมก่อนนอนทุกคืน  และเติมกำลังเสริมด้วยการมาสก์หน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาที อาทิตย์ละ 1ครั้ง

12. การปรับสภาพผิว หมั่นขัด นวด และปรับสภาพผิว อาทิตย์ละครั้ง อาจจะด้วยการใช้สครับขัดหน้าเพื่อให้เซลล์ผิวกลับคืนสู่ความสดใส  อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนของระบบโลหิตดีกระฉับกระเฉง  ทาเซรั่มบำรุงผิวหรือครีมเข้มข้นที่พลิกฟื้นความสดชื่นให้แก่ผิวพรรณ

 

ขั้นที่ 3 การดูแลสุขภาพด้วยเครื่องสำอางและอาหารเสริม

13. ควรใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสมกับประเภทของผิว ทั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวจากภายในสู่ภายนอกหรือจากภายนอกอย่างเพียงเดียว เช่น ครีมรองพื้น คอนซีลเลอร์และแป้งทาให้ทั่วใบหน้า  วิธีนี้เป็นการปกป้องริ้วรอย ลดความหมองคล้ำของรอยดำและจุดบกพร่องที่ไม่พึงปรารถนา แนะนำให้ทุกท่านเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ และวิตามินเป็นหลัก เสริมความงามให้ใบหน้าพร้อมทั้งบำรุงสุขภาพผิวไปพร้อมๆกัน

14. อาหารเสริม จัดว่าเป็นสารอาหารสำหรับฟื้นฟูและดูแลผิวอีกตัวเลือกหนึ่งเพราะในอาหารเสริมบางชนิดจะมีวิตามินซี วิตามินอี คอลลาเจน น้ำมันปลา โคคิวเทนผสมรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ผู้บริโภคควรศึกษาหรือรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าได้รับสารเหล่านี้เพียงพอจากการกินอาหารจะไม่กินวิตามินเสริมก็ได้

15. การเสริมฮอร์โมนเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป เพราะร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ ผิวหนังเหี่ยวย่น แห้ง ผมร่วง ตามหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging Medicine นั้น  ถ้าไม่มีข้อห้าม สามารถได้รับฮอร์โมนทดแทนเพื่อรักษาสมดุลเหล่านั้นกลับคืนมา  แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

 

ขั้นที่ 4 การใช้บริการศัลยกรรมความงาม

ช่วยเพื่อความรวดเร็วทันใจ  และมีความพร้อมในหลายๆด้าน  เช่นการทำฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ร้อยไหม เลเซอร์ สเตมเซลล์ ผ่าตัดหรือเทคนิคเสริมความงามแบบใหม่ที่มักจะมีมาให้คุณเลือกสรรอยู่เรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีในสถาบันเสริมความต่างๆ

เพียงแค่นี้ สกุณาก็จะไม่มาปาร์ตี้ให้คุณกังวลใจอีกต่อไป ชีวิตดี๊ ดี พบกันโอกาสหน้าค่ะ