Archives

พูดถึงความอ้วนหรือน้ำหนักตัวที่มากเกินไปของสาวๆบางคน แถมยังมีไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย การ ลดน้ำหนัก จึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องนึกถึง เพราะการ ลดน้ำหนัก นอกจากจะทำให้รูปร่างคุณกลับมาผอม เพรียว เรียวกระชับแล้ว ยังสามารถหาเสื้อผ้าใส่ได้ง่ายกว่าตอนที่อ้วนอีกด้วย การ ลดน้ำหนัก เป็นเรื่องที่สาวๆให้ความสนใจ ซึ่งการ ลดน้ำหนัก มีหลายวิธีที่จะทำให้สาวๆ มีหุ่นที่ผอมเพรียว แต่ก็ยังมีคนเข้าใจเกี่ยวกับการ ลดน้ำหนัก แบบผิดๆ มาดูเทคนิคการ ลดน้ำหนัก แบบชิลชิลกันดีกว่า

ลดน้ำหนัก ด้วยการควบคุมอาหาร การควบคุมอาหารถือว่าเป็นวิธีการลดน้ำหนักอย่างหนึ่ง เพราะหากคุณเป็นคนที่ชอบตามใจปากเกินไป ไม่ต้องพูดเลยว่า น้ำหนักคุณจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน การลดน้ำหนักให้ได้ผลนั้นจะต้องเริ่มมาจากตัวคุณก่อน ว่าสามารถข่มใจได้มากน้อยแค่ไหน การเลือกเมนูอาหารหรือลดปริมาณอาหารจะช่วยลดน้ำหนักได้ดี เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นเทคนิคง่ายๆสำหรับการลดน้ำหนัก นอกเหนือจากการควบคุมอาหารแล้ว การเลือกเมนูอาหารที่ไม่มีไขมันก็จะสามารถทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล ลดน้ำหนัก ด้วยโยเกิร์ต การลดน้ำหนักเพื่อให้หน้าท้องแบนราบ ส่วนใหญ่ที่สาวๆหันมาใช้วิธีล้างสารพิษในระบบลำไส้ ซึ่งส่วนผสมก็มี โยเกิร์ตรสธรรมชาตินมโค ไม่ใช่สูตรพร่องมันเนยที่ไม่ต้องแช่เย็น , น้ำผึ้งและมะนาว ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ควรดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้า เพื่อทำการล้างสารพิษระบบลำไส้ แต่หากต้องการลดน้ำหนักเพื่อให้หน้าท้องแบนราบควรดื่มติดต่อกันทุกวัน เพื่อขับของเสียหรือไขมันออกมา เป็นการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องใช้แรง

ลด น้ำหนัก ด้วยน้ำเปล่าและการเคี้ยวเอื้อง น้ำเปล่าสามารถช่วยทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างได้ผล เพราะการดื่มน้ำเปล่าก่อนรับประทานอาหารจะช่วยทำให้คุณรับประทานได้น้อยลง ซึ่งการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี ถือเป็นการลดลดน้ำหนักไปในตัวด้วย ส่วนการเคี้ยวเอื้องหรือการเคี้ยวช้าๆ ยังคงถูกนำมาใช้ในเรื่องของการลดน้ำหนัก เพราะหากเคี้ยวอาหารเร็วเกินไปจะทำให้อาหาร ย่อยยาก การเคี้ยวเอื้องจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ถือเป็นการลดน้ำหนักอีกหนทางหนึ่งที่หลายคนบอกว่าได้ผลจริงๆ ออกกำลังกายหรือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็ถือว่าเป็นการลดน้ำหนักที่ได้ผลเช่นกัน และยังเป็นวิธีลดน้ำหนัก ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยมากมาย แต่หากการลดน้ำหนักที่จะได้ผลจริงๆนั้น เมื่อร่างกายมีการเผาผลาญให้เกิดเป็นรูปพลังงาน ก็จะทำให้การ ลดน้ำหนักเป็นไปตามที่ต้องการ

การรับประทานผักหรือไม้เพื่อการบำรุงสุขภาพ ให้ผิวใส ผิวสวย หลายคนอาจจะไม่ชอบผัก เพราะกลิ่นและรสชาติที่อาจจะแรงเกินไป ทั้งเขี่ยผักออกทั้งผลไม้ก็ไม่ยอมกินสดๆเพราะขี้เกียจปอกเปลือก ทั้งๆที่รู้ว่าผักและผลไม้ เป็นแหล่งรวมคุณค่าสารอาหารและเต็มไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ แถมยังช่วยบำรุงผิวใสให้ดูดี มีสุขภาพ มีผลไม้อะไรบ้างที่ให้คุณค่าและประโยชน์ขนาดนั้น

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การกินเพื่อผิวใสสวยสุขภาพดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร จะสามารถช่วยให้คุณมีหน้าเด็กและดูอ่อนเยาว์กว่าวัย โดยเริ่มจากเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ผิวเราต้องการเพื่อให้ผิวใส ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานผักผลไม้ ที่ให้วิตามิน เช่น วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนหรือแคโรทีนอยด์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ และไปกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ช่วยให้ผิวใส สวยและมีความชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้น แอปเปิ้ลเพื่อผิวใส ใครที่มีความคิดว่าอยากจะลดหุ่นไปพร้อมๆกับการมีผิวใสผิวสวย การหาผลไม้ไว้รับประทานเพื่อสิ่งที่ตั้งใจ ก็เห็นจะไม่พ้นแอปเปิ้ล(สีเขียว) ซึ่งสาวๆ นิยมรับประทานแทนข้าวมื้อเย็น แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่สามารถในการช่วยลดน้ำหนักและทำให้ผิวใส ผิวสุขภาพดีอย่างน่าทึ่ง เพราะแอปเปิ้ลมีสารเบต้าแคโรทีน และวิตามินซี รวมถึงเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดผลไม้ ลดคลอเลสเตอรอลที่อุดตันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ลระบบลำไส้ไปในตัวทำให้ผิวสวยและหุ่นดีขึ้นอีกด้วย

ผิว ใสด้วย ส้มและสตอเบอรี่ ส้มและสตอเบอรี่ มีสารอาหารมากมายและมีเส้นใยธรรมชาติมีวิตามินซี วิตามินเอ และคอลลาเจนสูง และ “กรดแอสคอร์บิก” ส่วนมากผลไม้รสเปรี้ยวจะมีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษในลำไส้ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี และยังช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันโรค ไม่เป็นหวัดง่ายทำให้ผิวสวย ผิวใส ซึ่งการรับประทานส้มทั้งกากและใย จะช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ที่สำคัญช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ดี เพื่อผิวใสและมีสุขขภาพดี ควรรับประทานเป็นประจำ ผลไม้สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ลดน้ำหนักและเพิ่มผิวใสสวยได้ ผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายๆ จะเป็นตัวแปรช่วยให้เรามีผิวใสสุขภาพดีได้ ซึ่งผิวของคนเราต้องการอาหารผิวในการบำรุงและซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังที่ เสื่อมสภาพให้ดีขึ้น การแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีก็คืออาหารสำหรับบำรุงผิวใสและสุขภาพที่ดีนั่นเอง

เพราะความสวยงามของรูปร่างและหน้าตา ของนักร้องเกาหลี ที่วัยรุ่นบ้านเราคลั่งไคล้กันแบบบ้าคลั่ง ทำให้กระแสเกาหลีฟีเวอร์ที่มาแรงไม่มีใครแซง แถมยังฉุดไม่อยู่ และเป็นที่มาของการดูแลผิวพรรณ ผิวหน้า และรูปร่าง ที่บางคนยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้หุ่นที่สวยงามส่วนใหญ่จะเริ่มจากการ ลดหน้าท้อง ที่ยื่นออกมา บางคนผอมแต่พุงยื่นก็ทำให้ขาดความมั่นใจได้ แม้หน้าตาจะไม่งามฟรุ้งฟริ้ง แต่ขอให้หุ่นเพอเฟ็กต์ก็สร้างความมั่นใจเกินร้อยแล้ว เหตุผลของการ ลดหน้าท้อง ที่สาวๆเริ่มหันมาใส่ใจมีดังนี้ค่ะ

ลดหน้าท้อง เพราะกระแสเกาหลี เพราะกระแสเกาหลีที่ยังคงอินเทรนด์ในทุกๆเรื่อง ทำให้สาวๆบ้านเรา ยังคงหันมาใส่ใจในสุขภาพกันโดยเฉพาะเรื่องการ ลดหน้าท้อง และการดูแลหน้าตาให้ใสวิ๊ง ด้วยความที่กำลังฟินกับหุ่นของเหล่าดาราเกาหลี ที่ดูสวยใสไร้หน้าท้อง ทำให้สาวๆบ้านเราอยากจะมีหุ่นแบบนั้นบ้าง การหันมาลดหน้าท้องก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งส่วนใหญ่สาวๆนิยมที่จะทำการลดน้ำหนักหรือลดหน้าท้องอย่างเร่งด่วน จึงหันมารับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น ลดหน้าท้อง เพื่อเสริมบุคลิกให้กับตัวเอง การ ลดหน้าท้อง เป็นสิ่งแรกที่สาวๆจะต้องทำการลดอย่างเร่งด่วน เพราะการลดหน้าท้องให้แบนราบเป็นสิ่งการันตีว่าคุณเป็นคนที่ผอมและหุ่นดี และมีการดูแลร่างกายที่ดี แต่เมื่อคุณอ้วนขึ้น หน้าท้องยื่นนั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยว่า คุณเริ่มอ้วนและทำให้ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการลดหน้าท้อง และสะโพก เป็นสิ่งที่สาวๆ นึกไว้เป็นอันดับแรก เพื่อให้กลับมามีหุ่นที่เป๊ะเวอร์เพอร์เฟ็กต์ และมีบุคลิกที่ดี การลดหน้าท้องจึงเป็นจุดแรกที่จะต้องรีบแก้ไข

ลดหน้าท้อง เพราะไม่อยากเสี่ยงกับโรคอ้วน เพราะความอ้วนเป็นสิ่งที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ เมื่ออ้วนจึงทำให้มีพุงยื่นซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องโรคอื่นๆ ตามมา อย่างโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ที่อาจจะมากับสาเหตุของความอ้วน การลดน้ำหนักทุกส่วน โดยเฉพาะการ ลดหน้าท้อง จะทำให้ตัวเองกลับมาเป็นสาวหุ่นดี และมีสุขภาพดีอีกด้วย เมื่อไม่อ้วนและไม่ทำให้เกิดโรคความเสี่ยงอื่นๆตามมานั่นเอง เสื้อผ้าแฟชั่นสวยๆ สมัยนี้มีให้เลือกมาก คนอ้วนที่มีพุงยื่นอาจต้องตั้งเป้าเพื่อลดหน้าท้องให้ได้ เพื่อที่จะได้ใส่ชุดสวยๆอย่างคนผอมนั่นเอง หากจะให้ได้ผลในการลดหน้าท้องควรหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

เพราะความสวยงามของรูปร่างและหน้าตา ของนักร้องเกาหลี ที่วัยรุ่นบ้านเราคลั่งไคล้กันแบบบ้าคลั่ง ทำให้กระแสเกาหลีฟีเวอร์ที่มาแรงไม่มีใครแซง แถมยังฉุดไม่อยู่ และเป็นที่มาของการดูแลผิวพรรณ ผิวหน้า และรูปร่าง ที่บางคนยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้หุ่นที่สวยงามส่วนใหญ่จะเริ่มจากการ ลดหน้าท้อง ที่ยื่นออกมา บางคนผอมแต่พุงยื่นก็ทำให้ขาดความมั่นใจได้ แม้หน้าตาจะไม่งามฟรุ้งฟริ้ง แต่ขอให้หุ่นเพอเฟ็กต์ก็สร้างความมั่นใจเกินร้อยแล้ว เหตุผลของการ ลดหน้าท้อง ที่สาวๆเริ่มหันมาใส่ใจมีดังนี้ค่ะ ลดหน้าท้อง เพราะกระแสเกาหลี เพราะ กระแสเกาหลีที่ยังคงอินเทรนด์ในทุกๆเรื่อง ทำให้สาวๆบ้านเรา ยังคงหันมาใส่ใจในสุขภาพกันโดยเฉพาะเรื่องการ ลดหน้าท้อง และการดูแลหน้าตาให้ใสวิ๊ง ด้วยความที่กำลังฟินกับหุ่นของเหล่าดาราเกาหลี ที่ดูสวยใสไร้หน้าท้อง ทำให้สาวๆบ้านเราอยากจะมีหุ่นแบบนั้นบ้าง การหันมาลดหน้าท้องก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งส่วนใหญ่สาวๆนิยมที่จะทำการลดน้ำหนักหรือลดหน้าท้องอย่างเร่งด่วน จึงหันมารับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

ลดหน้าท้อง เพื่อเสริมบุคลิกให้กับตัวเอง การ ลดหน้าท้อง เป็นสิ่งแรกที่สาวๆจะต้องทำการลดอย่างเร่งด่วน เพราะการลดหน้าท้องให้แบนราบเป็นสิ่งการันตีว่าคุณเป็นคนที่ผอมและหุ่นดี และมีการดูแลร่างกายที่ดี แต่เมื่อคุณอ้วนขึ้น หน้าท้องยื่นนั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยว่า คุณเริ่มอ้วนและทำให้ต้องรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการลดหน้าท้อง และสะโพก เป็นสิ่งที่สาวๆ นึกไว้เป็นอันดับแรก เพื่อให้กลับมามีหุ่นที่เป๊ะเวอร์เพอร์เฟ็กต์ และมีบุคลิกที่ดี การลดหน้าท้องจึงเป็นจุดแรกที่จะต้องรีบแก้ไข

ลดหน้าท้อง เพราะไม่อยากเสี่ยงกับโรคอ้วน เพราะ ความอ้วนเป็นสิ่งที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ เมื่ออ้วนจึงทำให้มีพุงยื่นซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องโรคอื่นๆ ตามมา อย่างโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ที่อาจจะมากับสาเหตุของความอ้วน การลดน้ำหนักทุกส่วน โดยเฉพาะการ ลดหน้าท้อง จะทำให้ตัวเองกลับมาเป็นสาวหุ่นดี และมีสุขภาพดีอีกด้วย เมื่อไม่อ้วนและไม่ทำให้เกิดโรคความเสี่ยงอื่นๆตามมานั่นเอง เสื้อผ้า แฟชั่นสวยๆ สมัยนี้มีให้เลือกมาก คนอ้วนที่มีพุงยื่นอาจต้องตั้งเป้าเพื่อลดหน้าท้องให้ได้ เพื่อที่จะได้ใส่ชุดสวยๆอย่างคนผอมนั่นเอง หากจะให้ได้ผลในการลดหน้าท้องควรหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

การรับประทานผักหรือไม้เพื่อการบำรุงสุขภาพ ให้ผิวใส ผิวสวย หลายคนอาจจะไม่ชอบผัก เพราะกลิ่นและรสชาติที่อาจจะแรงเกินไป ทั้งเขี่ยผักออกทั้งผลไม้ก็ไม่ยอมกินสดๆเพราะขี้เกียจปอกเปลือก ทั้งๆที่รู้ว่าผักและผลไม้ เป็นแหล่งรวมคุณค่าสารอาหารและเต็มไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ แถมยังช่วยบำรุงผิวใสให้ดูดี มีสุขภาพ มีผลไม้อะไรบ้างที่ให้คุณค่าและประโยชน์ขนาดนั้นนะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อผิวใสสวยสุขภาพดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร จะสามารถช่วยให้คุณมีหน้าเด็กและดูอ่อนเยาว์กว่าวัย โดยเริ่มจากเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ผิวเราต้องการเพื่อให้ผิวใส ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานผักผลไม้ ที่ให้วิตามิน เช่น วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนหรือแคโรทีนอยด์ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ และไปกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ช่วยให้ผิวใส สวยและมีความชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้น

แอปเปิ้ลเพื่อผิวใส ใครที่มี ความคิดว่าอยากจะลดหุ่นไปพร้อมๆกับการมีผิวใสผิวสวย การหาผลไม้ไว้รับประทานเพื่อสิ่งที่ตั้งใจ ก็เห็นจะไม่พ้นแอปเปิ้ล(สีเขียว) ซึ่งสาวๆ นิยมรับประทานแทนข้าวมื้อเย็น แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่สามารถในการช่วยลดน้ำหนักและทำให้ผิวใส ผิวสุขภาพดีอย่างน่าทึ่ง เพราะแอปเปิ้ลมีสารเบต้าแคโรทีน และวิตามินซี รวมถึงเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีกรดผลไม้ ลดคลอเลสเตอรอลที่อุดตันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ลระบบลำไส้ไปในตัวทำให้ผิวสวยและหุ่นดีขึ้นอีกด้วย

ผิวใสด้วย ส้มและสตอเบอรี่ ส้ม และสตอเบอรี่ มีสารอาหารมากมายและมีเส้นใยธรรมชาติมีวิตามินซี วิตามินเอ และคอลลาเจนสูง และ “กรดแอสคอร์บิก” ส่วนมากผลไม้รสเปรี้ยวจะมีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษในลำไส้ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี และยังช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันโรค ไม่เป็นหวัดง่ายทำให้ผิวสวย ผิวใส ซึ่งการรับประทานส้มทั้งกากและใย จะช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ที่สำคัญช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ดี เพื่อผิวใสและมีสุขขภาพดี ควรรับประทานเป็นประจำ ผลไม้สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ลดน้ำหนักและเพิ่มผิวใสสวยได้ ผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายๆ จะเป็นตัวแปรช่วยให้เรามีผิวใสสุขภาพดีได้ ซึ่งผิวของคนเราต้องการอาหารผิวในการบำรุงและซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังที่ เสื่อมสภาพให้ดีขึ้น การแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีก็คืออาหารสำหรับบำรุงผิวใสและสุขภาพที่ดีนั่นเอง

สำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักแล้วล่ะก็พอพูดถึงคาร์โบไฮเดรตต่างพากันเบินหน้าหนี เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่าคาร์โบไฮเดรตนั้นมันเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้อ้วน แต่เรายังคงไม่รู้กันว่าคาร์โบไฮเดรตนั้นมันก็มีทั้งแบบดีและไม่ดี วันนี้เราจึงจะขอแนะนำคาร์โบไฮเดรตที่กินแล้วไม่อ้วนมาชวนทานกัน

ข้าวป่า ซึ่งเป็นข้าวที่มีเมล็ดขนาดเล็กและมีหางยาวพร้อมเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงอ่อนไปจนกระทั่งแดงเข้ม อุดมไปด้วยโปรตีน และเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานพร้อมวิตามินหลากชนิดที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงกำลังช่วยให้เรากระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน ขณะที่อัลมอนด์นั้นมันช่วยรักษาความสมดุลของระดับฮอร์โมนภายในร่างกาย ทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้นานจนไม่จำเป็นต้องทางพร่ำเพรื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง, อัลไซเมอร์ และระดับไขมันเลวในร่างกายให้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ก็อย่าทานจนเพลินเพราะในอัลมอนด์มีไขมันสูงใช่ย่อย ดังนั้นจึงควรค่อยๆ ทานวันละแค่ 1 กำมือก็พอแล้ว
สำหรับอีกหนึ่งธัญพืชที่กินยังไงก็ไม่อ้วนนั้นก็คือเมล็ดควินหวา ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน, ไฟเบอร์ และคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ โดยทำให้เรารู้สึกอิ่มแต่ให้แคลอรี่ต่ำ เช่นเดียวกับโฮลเกรนที่ไม่ขัดสี ซึ่งจะเต็มเปี่ยมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหารหลากหลายชนิด รวมไปถึงวิตามินและพลังงาน ดังนั้นเราจึงทานขนมปังโฮลวีทแท้ได้แบบไม่อั้น แม้มันเทศจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่คนไดเอตเผ่นหนี แต่รู้กันหรือไม่ว่าคาร์โบไฮเดรตในมันเทศมีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยมันเทศเพียงแค่หัวเล็กๆ หัวเดียวนั้นมันอุดมไปด้วยวิตามินนานับชนิดและเบต้าแคโรทีน รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยอาหารอีกเพียบ ตลอดจนมีส่วนช่วยต้านเซลล์มะเร็งอีกด้วย ขณะที่ผลไม้อย่างลูกแพร์และแอปเปิ้ลก็มีคาร์โบไฮเดรตดีที่ร่างกายต้องการ รวมทั้งยังเป็นผลไม้ที่ให้น้ำตาลน้อยแต่มีวิตามินและเกลือแร่ตลอดจนไฟเบอร์สูงมาก นอกจากนี้ยังช่วงเร่งกระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมต่อให้ทานลูกแพร์และแอปเปิ้ลมากเพียงใดก็ไม่ทำให้อ้วน ทางด้านข้าวโอ๊ตก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในธัญพืชที่มีประโยชน์สูง นอกจากมีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการแล้วที่สำคัญมีแคลอรี่ต่ำแต่ให้พลังงานสูง รวมทั้งยังมีไฟเบอร์และมีประโยชน์ต่อหัวใจของเราเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจกันไปว่าทำไมในเมนูลดน้ำหนักต่างๆ จึงมีข้าวโอ๊ดเป็นส่วนผสมอยู่ด้วยในการช่วยลดน้ำหนักให้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าการจามบางครั้งจะมาจากจมูกได้กลิ่นฉุนอะไรบางอย่างหรือเป็นอาการภูแพ้ แต่ก็มีอาการจามส่วนใหญ่ที่มันเกิดขึ้นได้ทุกฤดูไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นหวัด รวมทั้งการจามแต่ละครั้งก็เสียงดังไม่เท่ากัน และมีอาการคันจมูกก่อนจาม ดังนั้นวันนี้เราไปคุ้ยแคะแกะเกากันดีกว่าถึงเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการจาม แทบไม่น่าเชื่อกันเลยทีเดียวเมื่อการจามแต่ละเที่ยวแม้แทบไม่มีเสียง แต่เมื่อตรวจวัดแล้วนั้นมันมีอัตราความเร็วเกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยล่ะ เช่นเดียวกับการจามแต่ละครั้งที่เราคาดกันว่าจะแพร่กระจายเชื้อโรคไปได้ภายในรัศมี 1.5 เมตร แต่หากจามอย่างแรงสุดขีดก็สามารถที่จะแผ่วงกว้างออกไปได้กว่า 9 เมตร ดังนั้นจะจามเมื่อใดควรที่จะปิดปากให้สนิทเพื่อกันรัศมีของเชื้อโรคแพร่กระจาย

ขณะเดียวกันนั้นการจามก็เพื่อฟื้นฟูการทำงานของจมูก โดยจมูกเรานั้นมันก็มีการทำงานคล้ายกับคอมพิวเตอร์ที่ต้องรีสตาร์ทใหม่เพื่อล้างเอาความขัดข้องออกไป ซึ่งเปรียบเสมือนจมูกของเราได้สูดเอาฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปก็จะทำให้เกิดอาการจามขึ้นมาเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกไป รวมทั้งยังเป็นสัญญาณเตือนภัยให้รู้ว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังมีการคาดเดาอย่างแพร่หลายถึงปฏิกิริยาที่เรียกกันว่า Photic Sneeze Reflex ซึ่งร่างกายจะจามเมื่อเจอแสงแดดจากการที่สมองส่งสัญญาณไปกระทบเส้นประสาทในจมูก หากมีการจามดังๆ ติดต่อกัน 2 – 3 ครั้งก็อย่าเพิ่งตกใจไปว่าร่างกายเรามีอาการผิดปกติ แต่มันแค่เป็นการกำจัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมดเท่านั้นเอง และทางที่ดีเราควรที่จะพาตัวเองออกไปจากพื้นที่เสี่ยงเข้าหาอากาศบริสุทธิ์ให้เร็วที่สุด ขณะที่เวลาจามเราไม่สามารถลืมตาได้นั้นมันก็สืบเนื่องมาจากเป็นการตอบสนองอย่างอัตโนมัติของร่างกาย เช่นเดียวกับตอนที่คุณหมอเอาค้อนเล็กๆ เคาะบริเวณหัวเข่าเรานั่นแหละ ส่วนท่านใดที่สงสัยว่าการจามนั้นมันจะทำให้หัวใจเราหยุดเต้นไปพร้อมกันไหมขอตอบได้เลยว่าอัตราการเต้นของหัวใจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

แต่ที่สำคัญนั้นอย่าไปกลั้นการจามอย่างเด็ดขาด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นมันไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างแรงเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นสาเหตุเล็กๆ ของอาการเส้นเลือดในตาเปราะขาดหรือแตก, แก้วหูฉีกขาด, เสี่ยงต่อการมีความผิดปกติเกี่ยวกับกระบังลม และเป็นการเปิดไฟเขียวให้เชื้อโรคได้สะสมอยู่ในร่างกายของเรา อย่างไรก็ดีหากเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจามได้ในตอนนั้นแล้วล่ะก็ขอให้ระงับการจามด้วยการถูจมูกแรงๆ พร้อมกับเม้มปากหรือไม่ก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยแก้ขัดไปได้ไม่น้อย

บรรดาหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลายคงหนีไม่พ้นที่จะต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์แทบทั้งวัน รวมทั้งปัจจุบันยังก้มหน้าก้มตาจิ้มสมาร์ทโฟนกันอีกต่างหาก ทำให้มันต้องมีอาการเมื่อยล้าจนปวดสายตาขึ้นมาได้อย่างไม่น่าแปลกใจเลย ดังนั้นวันนี้เราจึงมีท่าบริหารดวงตามาฝากกันเป็นการถนอมดวงตาคู่งามของเราเอาไว้ให้ได้ใช้งานกันอีกยาวไกล ประเดิมกันอย่างง่ายดายด้วยการใช้ฝ่ามือประคบดวงตา โดยให้เราทำมือเป็นรูปทรงคล้ายถ้วย แล้วจึงค่อยมาประคบลงไปบนดวงตาของเราทั้งสองข้าง และทิ้งเอาไว้สักพักเพื่อให้ไออุ่นจากฝ่ามือคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาที่เครียดเกร็งจากการเพ่งจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ขณะที่การกระพริบตาทุก 4 วินาทีก็เป็นการบริหารดวงตาเช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำเพื่อป้องกันไม่ให้ตาแห้ง เนื่องจากส่วนใหญ่ที่รู้สึกเพลียตากันนั้นมันก็มาจากการที่ตาแห้งเพราะเราเฝ้ามองจนไม่ยอมกระพริบตานั่นเอง การกลอกดวงตาทุกชั่วโมงก็เป็นการบริหารสายตาที่ทำได้ไม่ยาก โดยให้เราหลับตาแล้วกลอกตาเป็นวงกลมอย่างน้อย 1 นาที ซึ่งเป็นการพักผ่อนสายตาจากแสงและรังสีของจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง และท่านี้ยังคล้ายกับการนวดดวงตาให้คลายความเกร็งเครียด แต่หากอยากผ่อนคลายมากกว่านี้ก็ให้เงยหน้าพร้อมหมุนคอเป็นวงกลมตามไปด้วย ขณะที่การกวาดสายตาระยะไกลก็เป็นการยืดเส้นยืดสายกล้ามเนื้อดวงตาไปในตัว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เราถอยห่างออกจากจอคอมพิวเตอร์เท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วจึงค่อยปรับระยะโฟกัสสายตาของตัวเองบ่อยๆ โดยเราแค่ถอยออกมาหน้าประตูห้องหรือมุมใดมุมหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เราเห็นภาพรวมของห้องได้กว้างที่สุด แล้วจึงค่อยกวาดสายตามองสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในห้องเป็นแนววงกลม

นอกจากนี้ก็ควรละสายตาไปมองสิ่งอื่นบ้างทุกชั่วโมง เนื่องจากการที่เราเอาแต่จดจ่อสายตาอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินหนึ่งชั่วโมงนั้นมันทำให้เกิดความเมื่อยล้าตาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเราจึงควรหาเวลาละสายตาจากจอเสียบ้างด้วยการลุกออกไปเดินเล่นสักพักก็ไม่เลวเพราะถือว่าเป็นการขยับแข้งขยับขาไล่ความเมื่อยล้าไปในตัว ขณะที่ท่าส่งท้ายนั้นฟังดูแล้วอาจจะแปลกจนแทบนึกภาพไม่ออกนั่นก็คือ “ซิทอัพดวงตา” โดยให้เราหลับตาลงแล้วเหลือบตาขึ้นลงสักครู่ หลังจากนั้นจึงค่อยลืมตาขึ้นมาแล้วกวาดสายตามองผ่านๆ ราว 1 นาทีจึงค่อยเริ่มยกใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้เปลี่ยนมาเป็นหลับตาแล้วเหลือบตาไปทางด้านซ้ายและด้านขวาสัก 1 นาที ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมามองผ่านๆ อีกรอบ และเว้นระยะห่างประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงเริ่มบริหารดวงตาใหม่อีกครั้งจนกว่าอาการปวดตาจนร้อนผ่าวที่กระบอกตานั้นมันหายไปในที่สุด

หลายต่อหลายท่านในที่นี้คงเคยมีประสบการณ์อันแสนผะอืดผะอมกับอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ซึ่งเจอเมื่อใดมันก็ช่างทนทุกข์ทรมานเหลือเกิน หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีปราบอาการท้องอืดท้องเฟ้อมาฝากกัน หากเราลองสังเกตดูจะเห็นอย่างชัดเจนว่าอาการท้องอืดท้องเฟ้อมักจะเจอในคนที่กินอาหารเร็วกว่าปกติ โดยการกินอาหารแบบจ้วงเอาจ้วงเอาและไม่เคี้ยวให้ละเอียดนั้นมันเป็นหนึ่งในต้นตอที่ก่อให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ดังนั้นถ้าท่านไม่อยากต้องมาทรมานกับอาการนี้ก็เพียงแค่ปรับพฤติกรรมให้กินช้าลงสักหน่อยหรืออย่างน้อยก็ต้องเคี้ยวอาหารให้ได้อย่างน้อยคำละ 15 ครั้ง ขณะเดียวกันนั้นการดื่มน้ำผลไม้สดร่วมด้วยก็ช่วยได้ด้วยการอมน้ำผลไม้ไว้ในปากแล้วค่อยกลืนลงคอ โดยน้ำลายจะเข้าไปจัดการย่อยเอนไซม์ในน้ำผลไม้แล้วจึงค่อยส่งตรงสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยลดกระบวนการย่อยอาหารจนลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อไปในตัว

หากอยากทานผลไม้ควรทานก่อนเนื้อสัตว์อย่างน้อยราวครึ่งชั่วโมง โดยเนื้อสัตว์จะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า 5 ชั่วโมง ขณะที่ผลไม้ใช้เวลาในการย่อยเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง ดังนั้นหากเราทานในเวลาไล่เลี่ยกันเนื้อสัตว์มันจะเป็นตัวขัดขวางการย่อยผลไม้ในทันที นอกจากนี้ก็จะไปปลุกให้ทั้งน้ำตาลและเอนไซม์ในผลไม้ออกอาละวาดจนท้องไส้ปั่นป่วนทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แม้เทียนข้าวเปลือก (Fennel Seeds) เป็นสมุนไพรที่มีรสขม แต่ว่ามันสามารถช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังมีฤทธิ์ขับลมในกระเพาะอาหารจนลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อไปในตัว ตลอดจนช่วยให้ลมหายใจสดชื่นขึ้นด้วยอีกต่างหาก เช่นเดียวกับผักใบเขียว ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ที่ขาดไม่ได้เลย เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมันก็จะส่งผลให้การเผาผลาญทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และลมกับแก๊ส ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ในกระเพาะอาหารก็จะหมดไปจนทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะมากวนใจเราอีก

นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรไทยอีกหลากหลายชนิดที่ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี แต่หากให้เคี้ยวกันสดๆ บางท่านคงไม่ไหว ดังนั้นขอให้ลองหันมาดื่มชาสมุนไพรกันดีกว่าไม่ว่าจะเป็นชาเปปเปอร์มินต์, ชาขิง และชาเทียนข้าวเปลือก โดยชาเหล่านี้ก็มีทีเด็ดที่การช่วยย่อยอาหารได้ไม่แพ้กัน รวมทั้งยังเป็นการลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อหลังอาหารได้เหมือนกัน ดังนั้นการจิบชาสมุนไพรหลังอาหารนั้นมันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลวเลยสำหรับการบรรเทาความทรมานจากอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

งานนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกันแล้วล่ะจ้า เมื่อมีผลการทดลองออกมาว่าการแค่เราได้ดมกลิ่นผลไม้เท่านั้นมันก็สามารถช่วยให้เราเบินหน้าหนีอาหารที่อุดมไปด้วยแคลอรี่เพียบ ซึ่งนับว่าเป็นการลดความอ้วนจากไขมันไปได้ในตัวเกินกว่าครึ่งเลยทีเดียว รวมทั้งยังช่วยลดความอยากทานขนมนมเนยต่างๆ อีกด้วย ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเบอร์กันดีในฝรั่งเศสได้ทำการทดลองจนได้ผลออกมาว่า การที่เราได้ดมกลิ่นผลไม้ก่อนจะเลือกอาหารนั้น มันสามารถเปลี่ยนแปลงความอยากจากเดิมทีที่ไม่ได้ดมอย่างไม่รู้ตัว โดยสอดคล้องกับผลงานการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่นำเอาอาสาสมัครกว่า 115 คนทั้งชายและหญิง ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 18-50 ปี แยกออกเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกให้นั่งอยู่ภายในห้องที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นลูกแพร์สด ขณะที่อีกกลุ่มอยู่ในห้องปกติที่ปราศจากกลิ่นใดๆ

หลังจากนั้นผ่านไป 15 นาทีจึงให้ผู้ทดลองเลือกอาหารบุฟเฟ่ต์จากเมนูที่ทางทีมวิจัยเตรียมเอาไว้ให้แล้ว โดยแบ่งออกเป็น 3 คอร์ส ซึ่งคอร์สแรกส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกผักและผลไม้ นอกจากนั้นเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์และขนมหวานโดยที่ไม่มีผักและผลไม้ปนอยู่เลย ส่วนผลออกมาว่าผู้ทดลองที่ได้ดมกลิ่นลูกแพร์มีแนวโน้มเลือกอาหารคอร์สแรก ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกลับอีกกลุ่มหนึ่งที่กลับมีแนวโน้มเลือกทานขนมหวานอย่างบราวนี่ช็อกโกแลตราดน้ำเชื่อมผลไม้ ซึ่งคิดดูเอาก็แล้วกันว่ามันจะมีปริมาณแคลอรี่สูงขนาดไหน เสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ออกมาชี้ถึงผลการทดลองดังกล่าวว่ากลิ่นหอมหวานสดชื่นของผลไม้นั้นมันช่วยลดความอยากอาหาร และยังเป็นตัวการสำคัญในการโค่นปัจจัยกระตุ้นให้อยากทานของหวานไปได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งเกิดจากกลิ่นของผลไม้จะไปสะกิดให้สมองของเรารู้จักแยกแยะอาหารเพื่อสุขภาพออกจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์เลยได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้เราระมัดระวังในการทานมากยิ่งขึ้นไปด้วย

นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพิสูจน์ได้อีกด้วยว่ากลิ่นของผลไม้แทบทุกชนิดจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น เนื่องจากกลิ่นหอมหวานสดชื่นของผลไม้นั้นมันสามารถช่วยลดความหิวที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หนำซ้ำยังส่งผลกระทบไปถึงสมองของเราจนทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกอยากทานผลไม้ขึ้นมาจริงๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อยเลย โดยผลไม้ไม่ได้ให้แค่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจไปเลยว่าทำไมผลไม้มักถูกจัดอยู่ในแทบทุกสูตรของการลดความอ้วน